โทนสีแต่งบ้านยอดฮิตปีนี้ เลือกยังไงให้ไม่เบื่อเร็ว

บทความจาก itishome

ทำไม “เลือกสี” สำคัญกว่าที่คิด

เฟอร์นิเจอร์สวยแค่ไหน ถ้าสีห้องไม่ลงตัว บ้านก็จะรู้สึก “อึดอัด/หม่น/ไม่จบ” ได้ง่ายมาก
สีคือพื้นหลังของทุกอย่างในบ้าน:

  • มีผลต่ออารมณ์ (สงบ/สนุก/สดใส/เท่)
  • ทำให้ห้องดูกว้างขึ้นหรือแคบลง
  • ส่งผลว่าบ้านจะ “เบื่อเร็ว” หรืออยู่ได้ยาวหลายปี

ปีนี้แนวโน้มโทนสีทั่วโลกขยับมาทาง โทนอบอุ่น นุ่ม ละมุน ใกล้ชิดธรรมชาติ เช่น น้ำตาลนุ่ม ๆ แนว Mocha, ครีมอบอุ่น, เขียวหม่นจากธรรมชาติ, น้ำเงินอมเทาแนวทะเลลึก และพวกสีหม่นที่มีเทาเจืออยู่ ทำให้ดูโตและไม่ฉูดฉาดเกินไปในระยะยาว


เข้าใจ “ครอบครัวสี” ก่อน จะช่วยให้เลือกง่ายขึ้นมาก

แทนที่จะเริ่มจาก “สีเดียวเป๊ะ ๆ” ให้ลองคิดเป็น “ตระกูลสี” ก่อน จะช่วยวางภาพรวมทั้งบ้านง่ายกว่า

1. โทนกลางอบอุ่น (Warm Neutrals)
เช่น ครีม เบจ น้ำตาลนม โทนกาแฟอ่อน ๆ

  • ข้อดี: อยู่ได้นาน ไม่ตกเทรนด์ง่าย เข้ากับเฟอร์นิเจอร์หลายแบบ
  • เหมาะกับ: ห้องนั่งเล่น ห้องนอน พื้นที่ที่อยากให้รู้สึกอบอุ่น สบาย

2. โทนเขียวธรรมชาติ (Natural Greens)
เช่น เขียวมะกอก เขียวใบไม้หม่น เขียวเทา

  • ข้อดี: ให้ฟีลธรรมชาติ ผ่อนคลาย คล้ายอยู่ใกล้ต้นไม้
  • เหมาะกับ: มุมทำงาน ห้องน้ำ ห้องครัว หรือผนังเน้น (Accent Wall)

3. โทนน้ำเงินและฟ้าอมเทา (Blues & Blue-Greys)
เช่น น้ำเงินหม่น ฟ้านม ฟ้าอมเทา

  • ข้อดี: ดูสงบ สุขุม แต่ไม่มืดเกินไป
  • เหมาะกับ: ห้องนอน มุมอ่านหนังสือ มุมทำงานที่ต้องการสมาธิ

4. โทนชมพู/ม่วงหม่น (Muted Pinks & Purples)
เช่น ชมพูอมเทา, ม่วงหม่น

  • ข้อดี: ให้ความรู้สึกละมุน โรแมนติก แต่ไม่แหลมเหมือนชมพูสด
  • เหมาะกับ: ห้องนอน, ห้องแต่งตัว, มุมสวย ๆ สำหรับถ่ายรูป

ช่วงปี 2025 นี้แบรนด์สีใหญ่ ๆ ทั่วโลกก็ออกพาเลตในไลน์เหล่านี้เยอะมาก โดยเน้น โทนอุ่น, หรูแบบสงบ, และสีที่มีเทาเจือ เพื่อให้อยู่ได้นานและไม่สดจนเบื่อเร็ว


เทรนด์สีปีนี้แบบสรุปสั้น ๆ

จากภาพรวมเทรนด์สีปีนี้ จะเห็นคีย์หลัก ๆ แบบนี้:

  • น้ำตาล/เอิร์ธโทนอบอุ่น – ได้แรงบันดาลใจจากกาแฟ ช็อกโกแลต ดินธรรมชาติ (เช่นโทน Mocha Mousse ของ Pantone)
  • เขียวหม่น/เขียวมะกอก – ให้ฟีลธรรมชาติ สุขภาพดี
  • น้ำเงินหม่นแบบทะเลลึก – ดูนิ่ง เท่ ใช้เป็นผนังเน้นแล้วสวย
  • สีหม่นที่มีเทาเจือ – เช่น ครีมอมเทา ม่วงอมเทา ทำให้ห้องไม่จืด แต่ไม่แรงเกิน

แปลเป็นภาษาคนง่าย ๆ คือ:
เทรนด์ตอนนี้ไม่เน้นสีสดแสบ แต่เน้นสีที่ “อยู่กับเราได้ทุกวัน โดยไม่ล้าหรือเหนื่อยตา”


เลือกสีให้ “ไม่เบื่อเร็ว”: ใช้หลัก 60–30–10

สูตรนี้นักออกแบบใช้กันบ่อย และเอามาปรับใช้ในบ้านง่ายมาก

  • 60% = สีหลักของห้อง → ผนังส่วนใหญ่
  • 30% = สีรอง → เฟอร์นิเจอร์ใหญ่ เช่น โซฟา ตู้ เตียง ผ้าม่าน
  • 10% = สีลูกเล่น (Accent Color) → หมอนอิง รูปภาพ ของตกแต่งเล็ก ๆ

วิธีใช้ให้ไม่เบื่อเร็ว

  1. เลือกสีหลักเป็น โทนกลางนิ่ง ๆ (เช่น ครีม เทาอ่อน น้ำตาลนม)
  2. สีรองให้ต่างเฉดแต่อยู่ในครอบครัวเดียวกัน เช่น
    • ผนังครีม + โซฟาเบจ + พรมสีน้ำตาลอ่อน
  3. สีลูกเล่นค่อยคอนทราสต์ได้ เช่น เขียวเข้ม, น้ำเงินหม่น, สีส้มอิฐ ฯลฯ
    • ถ้าเบื่อก็เปลี่ยนแค่ของแต่ง ไม่ต้องทาสีใหม่ทั้งห้อง

ทาสีทั้งบ้าน หรือเน้นแค่ “ผนังเดียว” ดี?

ถ้ายังไม่มั่นใจ ลองเริ่มจาก ผนังเน้น (Accent Wall) ก่อนก็ได้

ตัวอย่าง:

  • ห้องนั่งเล่น
    • ผนัง 3 ด้านสีครีมอ่อน
    • อีก 1 ด้านหลังโซฟาทาสีน้ำตาลหม่น/เขียวมะกอก
  • ห้องนอน
    • ผนังหัวเตียงใช้สีเข้มกว่าอีก 3 ผนัง เช่น น้ำเงินหม่น/เขียวเข้ม

ข้อดีคือ:

  • ถ้าเลือก “พลาด” ยังแก้ได้ง่ายกว่าทาทุกผนัง
  • เหมาะกับคนที่ชอบลองสีใหม่ ๆ แต่กลัวเบื่อ

เคล็ดลับเช็กว่า “สีนี้เราอยู่ได้จริงไหม”

ก่อนตัดสินใจซื้อสีเยอะ ๆ ให้ทำ 3 ขั้นนี้ก่อน:

  1. ดูสีจากพื้นที่จริง ไม่ใช่แค่หน้าจอมือถือ
    • สีบนหน้าจอมักเพี้ยนจากของจริง แสงในร้านก็ไม่เหมือนแสงในบ้าน
  2. ทดสอบทาบนผนังจริง 1 แผ่นเล็ก
    • ใช้สีกล่องตัวอย่าง/แกลลอนเล็ก ๆ ทาบนผนังก่อนสัก 50×50 ซม.
  3. ดูสีใน 3 ช่วงเวลา
    • ตอนเช้า (แสงธรรมชาติ)
    • ตอนบ่าย (แสงแรง)
    • ตอนกลางคืน (แสงไฟในบ้าน)

บางสีตอนกลางวันสวยมาก แต่กลางคืนกลายเป็นหม่น หรืออมเหลือง/อมเขียวแปลก ๆ ถ้าดูให้ครบ 3 ช่วงเวลา จะช่วยลดโอกาส “ทาเสร็จแล้วอยากร้องไห้” ได้เยอะมาก


ผูกสีเข้ากับ “ไลฟ์สไตล์” และนิสัยของเรา

การเลือกสีไม่ใช่แค่ตามเทรนด์ แต่ควรมองว่าเราเป็นคนแบบไหน ใช้ชีวิตยังไงด้วย

  • ถ้าเป็นคนของเยอะ → เลือกผนังโทนอ่อนเรียบ ๆ เพื่อลดความลายตา
  • ถ้ามีเด็กเล็ก/สัตว์เลี้ยง → เลือกโทนกลางความสกปรกน้อยหน่อย (เทาอ่อน, เบจกลาง ๆ)
  • ถ้าชอบเปลี่ยนของแต่งบ่อย → ให้ผนังเป็น “คู่สีปลอดภัย” ที่เข้ากับหลายโทน
  • ถ้าทำงานที่บ้านเยอะ → เลือกสีที่ช่วยโฟกัส เช่น เขียวหม่น, น้ำเงินหม่น มากกว่าสีสดแรง

รวมตัวอย่าง “พาเลตสีแต่งบ้าน” ที่ใช้ได้ยาว ๆ

โทนอุ่นมินิมอลนุ่ม ๆ

  • ผนัง: ครีมอ่อน
  • เฟอร์นิเจอร์หลัก: เบจ / ไม้ธรรมชาติ
  • ลูกเล่น: หมอนสีเขียวมะกอก + น้ำตาลเข้ม

โทนสงบแบบรีสอร์ต

  • ผนัง: ครีมอมเทา
  • เฟอร์นิเจอร์: ไม้สีอ่อน + ผ้าลินิน
  • ลูกเล่น: น้ำเงินหม่น / ฟ้าอมเทา / เขียวอมเทา

โทนเท่ ๆ อบอุ่นแบบคาเฟ่

  • ผนังหลัก: เบจอมเทา
  • ผนังเน้น: น้ำตาลกาแฟ / Mocha หม่น ๆ
  • ลูกเล่น: สีส้มอิฐ / ทองแดง / ดำบางจุด (เช่น กรอบรูป / โคมไฟ)

ข้อควรระวังเล็ก ๆ ก่อนเลือกสี

  • อย่าเลือกสีตามเทรนด์ล้วน ๆ โดยไม่คิดถึงเฟอร์นิเจอร์ที่มีอยู่แล้ว
  • ระวังการใช้สีเข้มเต็มทุกผนังในห้องเล็ก อาจทำให้ห้องดูแคบเกิน
  • ถ้าไม่มั่นใจ ให้เริ่มจากโทนกลาง แล้วใช้ของแต่งช่วยใส่สีสนุก ๆ ทีหลัง

สรุป: เลือกสีให้ดี บ้านจะน่าอยู่ไปอีกหลายปี (ไม่ใช่สวยแค่ปีนี้)

ถ้าอยากแต่งบ้านให้ทันเทรนด์ แต่ไม่เบื่อเร็ว ให้โฟกัส 3 อย่างนี้:

  1. ใช้โทนกลางอบอุ่น / ธรรมชาติ เป็น “พื้นบ้าน”
  2. เล่นสีเข้ม/สีสนุกแค่บางส่วน (ผนังเดียว หรือของแต่ง 10%)
  3. ทดสอบสีจริงกับแสงจริงในบ้านก่อนตัดสินใจ

เทรนด์ปีนี้อาจเปลี่ยนไปทุกปี แต่ถ้าเราเข้าใจโทนสีที่เข้ากับตัวเอง เข้ากับบ้าน และใช้หลัก 60–30–10 ช่วยบาลานซ์ ยังไงบ้านก็จะดูสวย น่าอยู่ และ “ไม่ทำให้เรารู้สึกเบื่อหน้ามันเร็วเกินไป”

บทความที่เกี่ยวข้อง