เลือกพื้นบ้านแบบไหนดี? กระเบื้อง ไม้ลามิเนต หรือกระเบื้องยาง เทียบข้อดีข้อเสีย

บทความจาก itishome

ก่อนเลือกพื้นบ้าน อย่าถามแค่ว่า “สวยไหม” ให้ถามว่า “บ้านเราใช้ชีวิตแบบไหน?”

หลายคนเลือกลายพื้นจากรูปในแคตตาล็อกก่อน แล้วค่อยมาคิดเรื่องการใช้งานทีหลัง
สุดท้ายกลายเป็นว่า…

  • พื้นลื่น เดินแล้วกลัวล้ม
  • เลอะง่าย เช็ดทีเหนื่อย
  • ใช้ไม่ถึง 3–5 ปีเริ่มพัง ต้องซ่อม/เปลี่ยนใหม่

ก่อนเลือกพื้นบ้าน ลองถามตัวเอง 4 ข้อนี้ก่อน:

  1. ห้องนี้ใช้งานยังไง? (หนักเบาแค่ไหน)
  2. มีเด็กเล็ก/ผู้สูงอายุ/สัตว์เลี้ยงไหม?
  3. เรื่องไหนสำคัญกับเราที่สุด – สวย ทน น้ำไม่กลัว นุ่มเท้า เสียงเงียบ?
  4. งบประมาณต่อ ตร.ม. ที่รับไหวประมาณเท่าไร (รวมค่าแรงติดตั้งด้วยยิ่งดี)

แล้วค่อยมาเลือกว่าจะไปทาง กระเบื้อง / ไม้ลามิเนต / กระเบื้องยาง (ไวนิล)


กระเบื้อง (เซรามิก/พอร์ซเลน) – สายถึก ทนน้ำ ทำความสะอาดง่าย

ข้อดี

  • ทนน้ำดีมาก – เหมาะกับห้องที่โดนน้ำบ่อย เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว โซนซักล้าง
  • ทนรอยขีดข่วน ได้ดีเมื่อเลือกเกรดและค่าความแข็งแรงเหมาะสม
  • ทำความสะอาดง่าย – เช็ด ถู ล้างได้เต็มที่ (เลือกผิวให้เหมาะด้วย)
  • อายุการใช้งานยาว ถ้าปูดีและพื้นโครงสร้างโอเค

ข้อเสีย

  • แข็งและเย็น – เดินเท้าเปล่าอาจรู้สึกแข็ง/เย็น โดยเฉพาะตอนเช้า
  • ถ้าเลือกผิวมันเกินไป → ลื่น โดยเฉพาะเวลามีน้ำ
  • ถ้าปูไม่ดีหรือพื้นทรุด → เสี่ยง “กระเบื้องโก่ง/กลวง/แตก”
  • รื้อแก้ที = ฝุ่น + เสียง + งานใหญ่

เหมาะกับห้องแบบไหน

  • ห้องน้ำ ห้องครัว โซนซักล้าง
  • โถงทางเดิน พื้นชั้นล่างที่มีโอกาสเปียก/เลอะง่าย
  • บ้านที่ต้องการความทนในระยะยาว และยอมรับความแข็งได้

ไม้ลามิเนต – ฟีลไม้สวย ในงบประหยัดกว่าพื้นไม้จริง

ข้อดี

  • หน้าตาคล้ายไม้จริง ให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นธรรมชาติ
  • เดินแล้ว นุ่มกว่ากระเบื้อง (ขึ้นกับโครงสร้างและแผ่นรอง)
  • ราคาต่อ ตร.ม. โดยทั่วไปถูกกว่าไม้จริง
  • ติดตั้งแบบคลิกล็อกบางชนิด รื้อเปลี่ยนง่ายกว่าปูกระเบื้อง

ข้อเสีย

  • ไม่ถูกกับน้ำและความชื้น – ถ้าน้ำซึมแล้วไม่เช็ดทัน อาจบวม โป่ง ร่อน
  • ถ้าเจอแดดจัดนาน ๆ อาจซีด/เปลี่ยนสี
  • รอยขูดขีดเห็นได้บ้าง (ขึ้นกับเกรดผิวหน้า)
  • ใช้ในครัว/โซนเสี่ยงน้ำมาก ๆ ต้องระวังเป็นพิเศษ

เหมาะกับห้องแบบไหน

  • ห้องนอน ห้องทำงาน ห้องนั่งเล่นที่ไม่โดนน้ำบ่อย
  • คนที่อยากได้ฟีลไม้ แต่ไม่อยากจ่ายถึงระดับพื้นไม้จริงทั้งหลัง
  • บ้าน/คอนโดที่ต้องการเปลี่ยนพื้นให้ “ดูอบอุ่นขึ้น” โดยไม่ทุบกระเบื้องเดิม (บางระบบสามารถปูทับได้ถ้าระดับและสภาพพื้นเดิมเหมาะสม – ควรให้ช่างประเมิน)

กระเบื้องยาง / พื้นไวนิล – นุ่มเท้ากว่า ทนน้ำได้ ใช้ในบ้านได้หลากหลาย

(ในตลาดจะมีทั้งกระเบื้องยางแบบแผ่น/แบบม้วน และพื้นไวนิลคลิกล็อก/แบบกาวติด ฯลฯ)

ข้อดี

  • ทนน้ำได้ดี – ส่วนใหญ่ใช้ในโซนที่มีโอกาสโดนน้ำได้ (แต่ยังควรเลี่ยงน้ำขังต่อเนื่อง)
  • นุ่มเท้ากว่ากระเบื้องและลามิเนตหลายแบบ เดินสบาย เหมาะกับบ้านที่มีเด็ก/ผู้สูงอายุ
  • เสียง “ตึง ๆ” เวลาลูกวิ่งเล่นจะเบากว่าพื้นแข็ง
  • ลายเลือกได้เยอะ ทั้งลายไม้ ลายหิน ลายเรียบ ฯลฯ
  • บางระบบสามารถปูทับพื้นเดิมได้ (ถ้าพื้นเรียบ แข็งแรง และช่างทำงานดี)

ข้อเสีย

  • ทนรอยขีดข่วนได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่เท่ากระเบื้องดี ๆ
  • ถ้าพื้นเดิมไม่เรียบหรือช่างเตรียมพื้นไม่ดี → จะเห็นลายพื้นเดิม/คลื่น/รอยต่อ
  • ของคุณภาพต่ำบางยี่ห้ออาจมีปัญหาเรื่องกลิ่น/อายุการใช้งาน

เหมาะกับห้องแบบไหน

  • ห้องนอน ห้องเด็ก ห้องนั่งเล่น
  • คอนโด/บ้านที่ไม่อยากเสียงดังเวลามีคนเดิน/วิ่ง
  • เจ้าของบ้านที่อยาก “เปลี่ยนหน้าตาพื้นเร็ว ๆ” โดยไม่อยากทุบพื้นเดิม (แต่ควรให้ช่างประเมินเหมือนเดิม)

เทียบกันตรง ๆ: ใช้พื้นอะไรดีในห้องไหน?

ตรงนี้เป็นแนวทางทั่ว ๆ ไป ผู้อ่านสามารถปรับตามงบประมาณ แบรนด์วัสดุ และคำแนะนำของช่าง

ห้องนั่งเล่น / โถงรับแขก

  • อยากได้ฟีลบ้านอบอุ่น → ไม้ลามิเนต หรือ ไวนิลลายไม้
  • เน้นทน เลอะง่าย มีคนเดินเยอะ → กระเบื้องโทนอุ่น/ลายไม้

ห้องนอน

  • เน้นนุ่มเท้า อบอุ่น → ไม้ลามิเนต หรือ พื้นไวนิล/กระเบื้องยางลายไม้
  • ถ้าชอบเย็น ๆ ทำความสะอาดง่าย → กระเบื้องก็ได้ แต่บางคนอาจอยากเสริมพรมข้างเตียงเพิ่ม

ห้องครัว

  • ถ้า ทำอาหารจริงจัง มีโอกาสน้ำมัน/น้ำหกเยอะ → กระเบื้องจะอุ่นใจกว่า
  • ถ้าอยากใช้ลามิเนต/ไวนิลในครัว → ต้องระวังเรื่องน้ำและเลือกวัสดุ/การติดตั้งที่กันน้ำดีจริง ๆ

ห้องน้ำ

  • มักใช้ กระเบื้องกันลื่น เป็นหลัก
  • ควรเลือกผิวมีค่า R/กันลื่นตามมาตรฐาน (คุยกับร้านวัสดุหรือช่างช่วยเรื่องนี้ได้เลย)

โซนซักล้าง/หลังบ้าน

  • น้ำเยอะ → กระเบื้องทนสุด
  • ถ้าเป็นโซนกึ่งในบ้านกึ่งนอกบ้าน → เลือกผิวน้ำไม่ขัง ล้างง่าย

เปรียบเทียบแบบเร็ว ๆ: กระเบื้อง vs ลามิเนต vs กระเบื้องยาง

(เน้นความรู้สึกโดยรวม เอาไว้อ่านตัดสินใจเบื้องต้น)

  • ทนน้ำ
    • ดีสุด: กระเบื้อง
    • กลาง: กระเบื้องยาง/ไวนิล (ขึ้นกับระบบ/ยี่ห้อ และงานติดตั้ง)
    • ระวัง: ไม้ลามิเนต
  • ความนุ่มเท้า/ความสบายเวลาเดิน
    • นุ่มกว่า: กระเบื้องยาง/ไวนิล
    • กลาง: ไม้ลามิเนต
    • แข็งสุด: กระเบื้อง
  • การดูแล/เช็ดล้าง
    • ง่ายมาก: กระเบื้อง (เลือกผิวเหมาะ)
    • ง่ายปานกลาง: ไวนิล
    • ระวังน้ำ/ความชื้น: ลามิเนต
  • ฟีลลิ่ง/บรรยากาศ
    • โมเดิร์น/เย็น/เรียบ: กระเบื้อง
    • อบอุ่น/โฮมมี่: ลามิเนต, ไวนิลลายไม้

ทริคเลือกพื้นให้ไม่พลาด

  1. ดูตัวอย่างของจริง อย่าดูแค่ในรูป
    • แสงหน้าจอเพี้ยน สีจริงอาจไม่เหมือนในรูป
  2. ลองเดินบนตัวอย่างในโชว์รูม
    • จะรู้เลยว่านุ่ม/แข็งแค่ไหน เสียงเป็นยังไง
  3. ถามเรื่องการรับประกันและเงื่อนไข
    • เช่น รับประกันกี่ปี, เงื่อนไขการใช้งาน, เรื่องน้ำ/ความชื้น
  4. ให้ช่างประเมินหน้างานก่อนเสมอ
    • โดยเฉพาะถ้าจะ “ปูทับพื้นเดิม” หรือพื้นเดิมมีปัญหาร้าว/ทรุด/ชื้น

สรุป: ไม่มีคำตอบเดียวว่า “พื้นไหนดีที่สุด” มีแต่ “พื้นไหนเหมาะกับบ้านเรา”

การเลือกพื้นบ้าน ไม่ใช่แข่งกันว่ากระเบื้อง ลามิเนต หรือไวนิลใครชนะ
แต่คือการตอบคำถามว่า:

  • ห้องนี้ใช้งานยังไง?
  • ใครคือคนเดินเหยียบบ่อยที่สุด (เด็ก ผู้สูงอายุ สัตว์เลี้ยง ฯลฯ)?
  • เราให้ความสำคัญกับอะไร – ความทน, ความสบายเท้า, ความสวย, หรือการดูแล?
  • งบเรายืนอยู่ตรงไหน?

ถ้าเราตอบ 4 ข้อนี้ได้ชัด
การเลือกพื้นจะง่ายขึ้นเยอะ และโอกาส “เลือกแล้วเสียดายทีหลัง” จะน้อยลงมาก

บ้านที่ดีคือบ้านที่เรา ใช้ชีวิตอยู่กับมันได้สบาย ไม่ใช่แค่สวยในรูปถ่าย

บทความที่เกี่ยวข้อง